ภาพกิจกรรมปี 2 เทอม 2

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

บันทึกครั้งที่ 9

ข้อสอบ
จงตอบคำถาม
1.ในการจัดประสบการณ์ทางภาษาท่านจะต้องศึกษาเรื่องใดบ้าง
ได้ทราบถึงพัฒนาการของเด็กและความพร้อมในแต่ละช่วงวัย เด็กแต่ละวัยจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันตามอายุและยังมีองค์ประกอบของภาษาที่ประกอบด้วยการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพื่อที่จะส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการต่างๆ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและ สติปัญญา ก่อนมีการจัดประสบการณ์ทางภาษาให้แก่เด็กครูต้องมีการวางแผน และทำความเข้าใจก่อน ให้เด็กลงมือปฎิบัติ
2.การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยมีจุดประสงค์เพื่ออะไร?
1.เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้
2.เพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการคิด
3.เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาให้ดีขึ้น
4.เพื่อการส่งเสริมพัฒนากานทั้ง4ด้านให้กับเด็ก
5.เพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาทางภาษาในการสื่อสารกับผู้อื่นในชีวิตประจำวัน
กิจกรรม
เมื่อเด็กๆมาถึงที่โรงเรียนให้เด็กได้เล่าถึงประสบการณ์ต่างๆก่อนมาถึงโรงเรียนว่าเจออะไรบ้าง ทานข้าวกับอะไรมา ใครมาส่งที่โรงเรียน
ประเมิน
สังเกตจากการเล่าเรื่องความสนใจของเพื่อน
6.เพื่อเสริมทักษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เด็กจะนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องต่อไปในภายภาคหน้า
-7.พื่อให้เด็กเกิดการซึมซับประสบการณ์การเรียนรู้
3.หลักการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยมีอะไรบ้าง?
1.เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ภาษากับคนหลายๆกลุ่ม เพื่อพัฒนาความคิดความสามารถของเด็ก
2.ให้ผู้ปครองมีส่วนร่วมในการจัดประสบการณ์ทางภาษาของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น การฟัง พูด อ่าน เขียน
3.การจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก เหมาะกับอายุ วุฒิภาวะ
4.จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของเด็กคือ เด็กได้ลงมือกระทำ เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
4.ท่านมีแนวทางในการในการให้ความรู้กับผู้ปกครองเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่างไร?
การที่ผู้ปกครองพาเด็กไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆพูดคุยซักถามกับเด็กเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรุ้สิ่งต่างๆรอบตัวและผู้ปกครองมีส่วนอย่างมากที่จะพัฒนาทางด้านภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย เพราเด็กจะมีการเลียนแบบคำพูดหรือกิริยามารยาทของผู้ที่เป็นพ่อและแม่ก่อนที่พ่อแม่จะพูดอะไรควรนึกถึงเด็กก่อนเพราะเด็กอาจเอาไปใช้กับเพื่อนได้
5.ให้ท่านเลือกกิจกรรมที่ส่งเสริมทางภาษาที่ท่านชอบมากที่สุด พร้อมกับให้เหตุผล[ชื่อ,วัตถุประสงค์,กิจกรรมและการประเมิน]
ชื่อกิจกรรม เล่าข่าวเช้านี้
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เด็กได้ฝึกการใช้ภาษา
2.เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ของเด็ก
3. เพื่อใดกได้มีปฎิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน
กิจกรรม
เมื่อเด็กมาถึงโรงเรียนให้เด็กได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน เช่น ทานข้าวกับอะไร ใครมาส่งที่โรงเรียน
ประเมิน
1.สังกตการใช้ภาษา
2.สังเกตการาตอบคำถาม
3.สังเกตการร่วมกิจกรรม

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บันทึกครั้งที่ 8


วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2553

วันนี้นำเสนอ Power Point หน้าชั้นเรียนรายงานผลการจัดกิจกรรม ของกลุ่มต่างๆอาจารย์ให้ความเห็นว่
นักศึกษาไม่ควรสรุปฟฤติกรรมที่เด็กแสดงออกเพียงครั้งเดียวที่เห็นแล้วสรุปผลเลยเพราะเด็กชันปฐมวัยจัดกิจกรรมกลุ่มไม่ได้ เพราะเด็กเล็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลางอยู่
การบันทึกเสียงนิทานและของเพื่อนคือ สนุกกับคำสั่งsild สวยดี
ตัวหนังสือค่อนข้างเยอะ การนำเสนอของเพื่อน
ติดขัดคงเนื่องมาจากความตื่นเต้นบรรยากาศการเรียนครั้งนี้ย้ายห้องจากห้องเดิมมาห้องใหม่เสียงไมค์ ไม่ดี!!
แต่เพียงไม่นานก็ดีขึ้นเหมือนเดิมเป็นการฟังเพื่อนนำเสนอ การสอนของอาจารย์การเรียนการสอน เป็นแบบพูดคุยซักถามพร้อมสอดแทรกเนื้อหา เพื่อให้จดจำได้ดียิ่งขึ้น เพราะเกิดจากการเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ...

บันทึกครั้งที่ 7


อาจารย์ให้ทำ mind mapper เกี่ยวกับเรื่องที่หามา

บันทึกครั้งที่ 6


วันที่ 12 กุมภาพันธื พ.ศ 2553
อาจารย์ ให้นักศึกษาไปอ่านเรื่องนิทาน " แม่ไก่สีแดง "คนละหนึ่งบรรทัด ซึ่งวันนี้อาจารย์ได้เรื่องการจัดประสบการณ์ทางภาษาในให้เล่าและวิเคราะห์เรื่องแม่ไก่สีแดง
ได้แง่คิดในเรื่องของ "ความสามัคคี"การไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น"
กิจกรรมต่อไปในวันนี้คือ การใช้โปรแกรม Mind Mapper
โดยนำนิทานที่เตรียมมาจากสัปดาห์ที่แล้ว
บรรยากาศในห้องเรียน
สนุกสนานแต่ อากาศร้อนไปหน่อย ได้ทำงานร่วมกับเพื่อน

บันทึกครั้งที่ 5


วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2553
วันนี้อาจารย์ทบทวนและพูดคุยกับนักศึกษา เกี่ยวกับงานกลุ่มที่สั่งให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม4คน 6กลุ่ม จัดกิจกรรมทางภาษาที่โรงเรียนอนุบาลสาธิตจันทรเกษม อาจารย์บอกรายละเอียดและยกตัวอย่างกิจกรรมของแต่ละกลุ่มให้นักศึกษาฟัง และฝึกให้นักศึกษาคิดตาม พร้อมทำความเข้าใจ-พร้อมทั้งให้นักศึกษาทำตารางการจัดกิจกรรมทางภาษาส่งมาให้อาจาย์ดูทุกกลุ่ม-รวมทั้งอาจารย์ตรวจงานปริศนาคำทายให้กับนักศึกษา และยกตัวอย่างการพิมพ์คำและแยกคำเพื่อใช้ในการอ่านให้เด็กอ่านง่ายและให้เด็กได้จำคำต่างๆได้
บรรยากาศในห้องเรียน
ในห้องเรียนวันนี้อากาศเย็นสบาย มีการให้นักศึกษาลองออกมา
นำเสนองานปริศนาคำทายทีละคน

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บันทึกครั้งที่ 4





วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ 2552

กลุ่มที่1 ความหมายของภาษาเป็นเครื่องมือของมนุษย์ที่ใช้ในการสื่อสาร เช่น การใช้คำพูดในการสื่อสารและการกระทำที่แสดงออกมาเพื่อจะสื่อถึงความรู้สึกนึกคิดของแต่ละบุคคลว่าต้องการทำอะไรหรือต้องการอะไร



กลุ่มที่ 2 ทฤษฎีทางสติปัญญาเพียเจต์ ได้กล่าวว่า การเรียนรู้ของเด็กโดยผ่านระบบประสาท การขยายโครงสร้าง การปรับเข้าสุ้โครงสร้าง



กลุ่มที่ 3 แนวคิดนักการหลัการสอนภาษาแบบองค์รวมหลักการอ่านและการเขียนภาษาแบบองค์รวม- ผุ้อ่านจะต้องเก็บข้อมูลและทำความเข้าใจ- ผู้อ่านจะต้องใช้กลวิธีในการอ่าน- การเขียนแบบองค์รวมจะเน้นให้เห้นความสัมพันธ์ของการอ่านและการเขียนหลักการจัดการเรียนการสอนภาษา- ส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน- ส่งเสริมการรัการอ่านโดยการจัดเตรียมสิ่งพิมพ์ต่างๆ- ผู้เรียนจะมีจุดประสงค์ย่อยของตนเอง- ผู้สอนเน้นให้ผู้เรียนรู้จักใช้กระบวนกานอ่านอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการชำนาญ

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บันทึกครั้งที่ 3


วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ 2552

เทคนิคการสอนภาษา
การสอนภาษาสำหรับเด็กไม่ใช่การสอนเฉพาะทักษะการอ่านและการเขียนเท่านั้นรวมถึงทักษะการฟังการพูดเพราะการฟังการพูดเป็นทักษะของการเขียน
แนวคิดพื้นฐานของการสอนภาษา
1. ครูต้องทราบว่าเด็กของเราเรียนรู้อย่างไร
2. ประสบการณ์ทางภาของเด็กเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
3. เชื่อว่าเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้
4. เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดถ้าเราสอนแบบเป็นธรรมชาติ
5. ให้เด็กรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของห้องเรียนนั้นๆ
ควรสอนภาษาเด็กอย่างไร
1. เริ่มจากสิ่งที่เด็กรู้แล้วอยู่ในความสนใจของเด็ก เช่น ชื่อของตัวเอง
2. ให้ความเคารพและยอมรับภาษาที่เด็กใช้
3. การประเมินโดยการสังเกต
4. ใช้วีธีการประเมินที่เหมาะสม และจำกัดการประเมินแบบต่างๆ
5. ส่งเสริมให้เด็กเรียนอย่างกระตือรือร้น และกล้าแสดงตน
6. ให้เด็กอ่านสิ่งที่เด็กคุ้นเคย สามารถเดาคาดคะเนได้
7. พัฒนาด้านจิตพิสัย และพัฒนาทางความคิดให้เด็กมีความรักในภาษา

ข้อควรปฎิบัติในการสอนภาษา

ควรสอนอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ใช่การจับเด็กมานั่งเรียนอย่างเดียว เช่น การเรียนภาอาจแทรกอยู่ในกิจกรรมศิลปะ
ควรสอนโดยไม่มีการแยกกลุ่มเด็กแก่งเด็กอ่อน เพราะการแยกกลุ่มอาจเป็นการสร้างปมด้อย หรือสร้างความไม่เชื่อมั่นในตนเองให้แก่เด็ก
การที่เด็กเกิดมาพร้อมความสนใจอยากรู้อยู่แล้วจะเป็นแรงกระตุ้นให้เขาจำคำต่างๆได้ โดยครูอาจใช้ความคิดเกี่ยวข้องกับภาษาของเด็กมาสอน